เดนมาร์ก 1 – อังกฤษ 2
“โคนม” เดนมาร์ก ลูกทีมของ มอร์เท่น โอลสัน กุนซือจอมเก๋า เปิดสนาม พาร์เค่น สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ที่นำทัพโดย ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือจอมแท็คติกชาวอิตาลี
12BET.COMเริ่มเกมได้เพียง 4 นาทีเท่านั้น อังกฤษ เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่วิลเลี่ยม ควิสท์ เสียบอลกลางสนาม แฟร้งค์ แลมพาร์ด จ่ายต่อเร็วให้ ดาร์เรน เบนท์ หลุดเดี่ยว โดน โธมัส โซเรนเซ่น โกลเจ้าถิ่นออกมาบล็อก บอลกระฉอกเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ แต่งยิงด้วยขวา แต่ไปติดบล็อกกองหลังเจ้าถิ่นที่ถอยไปปิดมุมได้ทัน
12BET.COMแต่มาถึงนาทีที่ 8 กลายเป็น เดนมาร์ก ที่ได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ คริสเตียน เอริกเซ่น เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ โหม่งเช็ดหนีมือ โจ ฮาร์ท เข้าเสาสองอย่างสวยงาม
12BET.COMอย่างไรก็ตาม อังกฤษ สามารถทวงประตูคืนอย่างรวดเร็วในอีก 2 นาทีต่อมา จากจังหวะที่ เวย์น รูนี่ย์ วางบอลไปทางขวาให้ ธีโอ วัลค็อตต์ แตะบอลเข้าเขตโทษ ก่อนที่จะปาดบอลเรียดไปถึงเสาสอง ดาร์เรน เบนท์ วิ่งเข้าแปจ่อๆ เสียบตาข่ายให้สกอร์เสมอกัน 1-1
นาทีที่ 18 เดนมาร์ก ได้ลุกเตะมุมทางฝั่งขวา คริสเตียน เอริคเซ่น เปิดบอลเจ้าเขตโทา กองหลังอังกฤษ โหม่งสกัดไม่ขาด บอลตกอยู่แถวหน้าเขตโทษ เดนนิส รอมเมดาห์ล ยิงสวนทันที บอลพุ่งตรงเข้ากรอบ แต่ เวย์น รูนี่ย์ ลงมาช่วยสกัดออกไปได้พอดี12BET.COM
รูปเกมถึงครึ่งชั่งโมงยังผลัดกันรุก-รับไป มาอย่างต่อเนื่อง อังกฤษ มาได้ลุ้นจากจังหวะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลากบอลเข้าไปกดด้วยขวาเต็มหลังเท้าร่วม 30 หลา บอลหลุดเสาสองออกไป
12BET.COMนาทีที่ 34 ฝั่งเจ้าถิ่น ยังเล่นเกมรุกเอาใจแฟนบอลอย่างน่าดูน่าชม กระทั่งเกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ โธมัส โซเรนเซ่น เปิดบอลยาวให้ คริสเตียน เอริคเซ่น รับบอลตรงหน้าเขตโทษของทีมเยือน ก่อนที่จะยิงด้วยซ้าย 20 หลา บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง ทำให้จบครึ่งแรก เสมอกันอยู่ 1-1
มาต่อครึ่ง หลัง ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติอังกฤษ แก้เกมด้วยการส่ง แอชลี่ย์ ยัง, เเกเร็ธ เเบร์รี่ และสก็อตต์ พาร์เกอร์ ลงแทน เวย์น รูนี่ย์, แจ็ค วิลเชียร์ และแฟร้งค์ แลมพาร์ด ส่วน เดนมาร์ก ถอด ซิมอน โพลเซ่น ออก ส่ง แดเนี่ยล วาสส์ ลงแทน12BET.COM
นาทีที่ 52 อังกฤษ มาได้ลุ้นจากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ แอชลี่ย์ ยัง โฉบมาจากด้านหลัง โหม่งเช้คบอลเปลี่ยนทาง แต่ โธมัส โซเรนเซ่น ยังคว้าไว้ได้ ถัดมา 4 นาที มิลเนอร์ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่น จ่ายบอลตัดแผงหลัง “โคนม” ให้ ดาร์เรน เบนท์ หลุดเข้าไปตวัดยิงตามน้ำด้วยซ้าย บอลถากเสาแรกออกไป12BET.COM
นาทีที่ 65 เป็นโอกาสลุ้นของเจ้าถิ่น เดนมาร์ก ที่น่าได้ประตูขึ้นนำอย่างมาก เมื่อจังหวะที่ ไมเคิ่ล ครอห์น-เดห์ลี่ จ่ายบอลให้ คริสเตียน เอริคเซ่น เข้าเขตโทษตอกส้นคืนให้กับ เดนนิส รอมเมดาห์ล ซัดด้วยขวาทันทีระยะแค่ 7 หลา แต่ไม่ห่างตัว โจ ฮาร์ท ล้มตัวรับบอลไว้ได้ทัน
12BET.COMนาทีที่ 68 หลังจากส่ง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ลงมาแทน ธีโอ วัลค็อตต์ และทางด้านอังกฤษ ก็มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 2-1 จากจังหวะที่ เกล็น จอห์นสัน ขึ้นบอลทางฝั่งขวา ก่อนที่จะจ่ายให้ แอชลี่ย์ ยัง แตะบอลเข้าเขตโทษ แปเบียดเสาแรกเข้าไป 12BET.COM
นาที ที่ 80 เดนมาร์ก ยังไม่ละความพยายามที่จะทวงประตูคืน แล้วมาได้จังหวะหวาดเสียว จากจังหวะที่ คริสเตียน เอริคเซ่น มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 18 ปี ลากเข้าไปยิงด้วยขวา บอลเฉี่ยวเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้จบเกม 90 นาที อังกฤษ บุกเอาชนะ เดนมาร์ก ได้ 2-1
12BET.COMรายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เดนมาร์ก : โธมัส โซเรนเซ่น, ลาร์ส ยาค็อบเซ่น (ไมเคิล ซิลเบอร์บูเออร์ 60), มาเทียส ยอร์เกนเซ่น, แดเนี่ยล แอ็กเกอร์, ซิมอน โพลเซ่น (แดเนี่ยล วาสส์ 46), วิลเลี่ยม ควิสท์ (มาร์ติน วินการ์ด 90), คริสเตียน โพลเซ่น, เดนนิส รอมเมดาห์ล (โธมัส อีเนโวลด์เซ่น 82), คริสเตียน เอริคเซ่น, ไมเคิ่ล ครอห์น-เดห์ลี่ (นิคลาส เพเดอร์เซ่น 70), นิคลาส เบนท์เนอร์
12BET.COMอังกฤษ : โจ ฮาร์ท, เกล็น จอห์นสัน, ไมเคิ่ล ดอว์สัน (แกรี่ เคฮิลล์ 60), จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล (เลห์ตัน เบนส์ 81), ธีโอ วัลค็อตต์ (สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง 68), แฟร้งค์ แลมพาร์ด (สก็อตต์ พาร์เกอร์ 46), แจ็ค วิลเชียร์ (เเกเร็ธ เเบร์รี่ 46), เจมส์ มิลเนอร์, ดาร์เรน เบนท์, เวย์น รูนี่ย์ (แอชลี่ย์ ยัง 46)
No comments:
Post a Comment